วันที่
24 สิงหาคม 2550 เวลา 16.00 น. ณ ลานจอดรถ ด้านหน้าอาคารสำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่
คับคั่งไปด้วยพี่น้องอสม. กว่า 200 ชีวิต จาก 10 ชุมชม ในเขตเทศบาลเมืองกระบี่
เตรียมพร้อมเพื่อร่วมเดินทางทัศนศึกษา ลงทะเบียนและพร้อมประจำรถแต่ละคัน
การเดินทางในครั้งนี้ใช้รถปรับอากาศ 2 ชั้น จำนวน 5 คัน นอกจากพี่น้องอสม.แล้ว
ทริปนี้ยังมีคณะผู้บริหารร่วมเดินทางไปด้วย นำทีมโดย นายป้อมเพชร
สุคนธกนิษฐ รองนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่, นายสินชัย พรพาณิชย์พันธุ์ประธานสภาเทศบาลเมืองกระบี่,
นางสาวปรีญา จิวะนันทประวัติ รองประธานสภาเทศบาลเมืองกระบี่นายจำลอง
เชษฐ์เผ่าพันธ์, ร.ต.ต.เสริมชัย คงบัน, นายวิโรจน์ หวานดี
3 หนุ่มสมาชิกสภาเทศบาล นางสาวชนัสพร เรืองศรี ( หรือที่บรรดาพี่น้องอสม.
เรียกกันสั้นๆ ว่า ผอ.แหม่ม ) ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
แม่งานใหญ่ในการจัดทริปการเดินทางครั้งนี้ นายกฤษฎา สถิตย์ภาคีกุลรักษาการผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม
ผู้ช่วยฝีมือดีในทริปนี้ ของผอ.แหม่ม เพราะท่านเป็นโต้โผใหญ่ในการจัดทริปทัศนศึกษาให้กับชุมชนทั้ง
10 ชุมชน ประสบการณ์ แน่น !!! เพราะจัดทริปใหญ่ มาแล้วกว่า
10 ปี ผู้ร่วมทริปพร้อม !! เจ้าหน้าที่ประจำรถแต่ละคันพร้อม
!! ตั้งจิตขอต่อองค์พ่อจตุคามรามเทพให้การเดินทางครั้งนี้
ราบรื่นประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
ก่อนล้อหมุน !!!! ท่านนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ เดินทางมาส่ง
พร้อมขึ้นรถทุกคัน เพื่อพบปะพี่น้องอสม. อวยพรก่อนเดินทาง
แค่เริ่มต้นวันแรกของการเดินทางทริปนี้ อสม.หลายท่านก็แอบปลื้มแล้วที่ท่านนายกฯ
เดินทางมาส่งด้วยความเป็นกันเอง
เช้าวันที่ 25 สิงหาคม 2550 เดินทางถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เข้าพัก ณ โรงแรมอู่ทองอินน์
รับประทานอาหารเช้าพักผ่อนอิริยาบถแล้ว เที่ยวชมบรรยากาศโดยรอบเมืองอยุธยา
เมืองเก่าซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองมรดกโลก ปรัชญาแฝงไว้ว่า ให้ภูมิใจในความเป็นชาติไทยที่บรรพบุรุษได้ร่วมกันต่อสู้จนสามารถดำรงไว้ซึ่งเอกราชจวบจนวันนี้
จากนั้น พักทานมื้อเที่ยงที่หรูสุดในอยุธยา ณ โรงแรม ริเวอร์วิวเพลส
บุพเฟต์ อาหารหลากหลายชนิดทั้ง ไทย จีน ญี่ปุ่น อิ่มท้องทั่วกันทุกคน
ต่อเนื่องด้วยการเดินทางนมัสการขอพรกันที่ วัดพุทไธศวรรย์ กราบขอพรพระเหล็กไหล
ผูกผ้า 3 สี ขอพรโชคลาภ จากนั้นจุดธูปดำ 9 ดอกบูชา พระแม่ธรณี ก่อนกราบขอพรองค์พ่อจตุคามรามเทพ
แห่งวัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งมีชื่อเสียงและเป็นที่ศรัทธาของประชาชนมากมายทั่วทั้งประเทศ
/ วัดท่าการ้องกราบขอพรหลวง พ่อยิ้ม เสี่ยงเซียมซีที่ขึ้นชื่อว่าคำทำนายแม่นยำนัก
แวะทำบุญสมทบทุนการก่อสร้างปรับปรุงวัดท่าการ้อง และอีกหนึ่งความภูมิใจที่ทางวัดพร้อมให้บริการ
คือสุขาที่สะอาดและสวยสดงดงาม ได้รับรางวัลการันตีHAPPY TOILET
ส้วมสะอาดได้มาตรฐาน จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เหล่าอสม. หลายต่อหลายท่านประทับใจในความสะอาด
และยังได้ไอเดียเก๋ในการแต่งห้องน้ำอีกด้วย ปรัชญาและประโยชน์ที่ได้นั่นคือการนำความใส่ใจในความสะอาดของทางวัดท่าการ้อง
นำมาเป็นแบบอย่างในการดูแลใส่ใจความสะอาดอย่าทั่วถึงตั้งแต่หน้าบ้านจนถึงหลังบ้านและห้องสุขา
เพื่อสุขอนามัยที่ดี ช่วงเย็น 16.00 น. เดินทางกลับมายัง โรงแรมริเวอร์วิวเพลส
ล่องเรือเอี้ยมจุ้น ( เรือเอี้ยมจุ้น : เรือต่อขนาดใหญ่ ใช้บรรทุกของหนัก
ชื่อเป็นภาษาจีน แปลว่า เรือเกลือ เคยใช้บรรทุกเกลือ ต่อมาใช้บรรทุกสินค้าทั่วไป
ปัจจุบันนิยมใช้ บรรทุกดิน, ทราย, และถ่านหิน ) ชมทิวทัศน์เมืองอยุธยา
ก่อนลงเรือแบ่งคณะทัศนศึกษาออกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อแยกย้ายลงเรือ
2 ลำ นายป้อมเพชร สุคนธกนิษฐ รองนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ หรือที่ทุกคนเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า
ท่านรองป้อมเพชร หรือ บางคน เรียกท่านว่า โกจุก สั่งการ สท.หนุ่ม
2 ท่าน ประจำการแต่ละลำเพื่อดูแลลูกเรือ รวมถึงทำหน้าที่เป็นไกด์กิตติมศักดิ์ร่วมกับไกด์ตัวจริง
ลำที่ 1 ประจำการโดย ท่านสท.เสริมชัย คงบัน ลำที่ 2 ประจำการโดย
ท่านสท.จำลอง เชษฐ์เผ่าพันธ์ ชมวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำ สัมผัสได้ถึงการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายการอยู่ร่วมกันของคนกับสายน้ำ
ปรัชญาแฝงไว้ซึ่งการดำรงอยู่อย่างเรียบง่ายพอเพียง ได้ย้อนรำลึกถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมของบรรพบุรุษ
ชีวิตของชาวไทยที่ผูกพันกับสายน้ำ ให้ชาวไทยในยุคปัจจุบันได้รักและหวงแหนในทรัพยากรน้ำ
สองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยานอกจากจะได้ชมวิถีชีวิตชาวบ้านแล้ว ยังได้ชื่นชมความสวยงามของวัดวาอาราม
พระตำหนัก มัสยิด โบสถ์ และป้อมปราการโบราณ ที่ไกด์ เสริมชัย เอ่ยว่าเป็นต้นตระกูลของท่านรองป้อมเพชร
นั่นก็คือป้อมปราการที่ชื่อว่า ป้อมเพชร ร้อนถึง ท่านรองฯที่จะต้องออกมาบอกเล่าถึงที่มาว่า
เดิมที่บิดาของท่านมีต้นตระกูลอยู่ที่อยุธยา รับราชการรับ ใช้แผ่นดินเป็นทหารรักษาเมืองอยุธยา
ต่อมาได้ย้ายจากอยุธยาไปตั้งรกรากที่กระบี่จนถึงปัจจุบัน ชื่อท่าน
จึงถูกตั้งตามป้อมปราการดังกล่าวว่า ป้อมเพชร เจดีย์สีทองอร่าม
เด่นเป็นสง่าริมน้ำ คือ เจดีย์ศรีสุริโยทัย วัดวาอารามสองริมฝั่งน้ำประกอบด้วย
วัดพนัญเชิง วัดบางกะจะ วัดนางกุย วัดพุทไธย์ศวรรย์ วัดสนามไชย
วัดไชยวัฒนาราม วัดกษัตราราชวราวิหารพระอารมหลวง และยังมีมัสยิดและโบสถ์ที่สวยงาม
มัสยิดอิสลามวัฒนา โบสถ์คริสต์ ที่ให้ชื่อว่าวัดนักบุญยอเซฟ ปรัชญาแฝงไว้ซึ่งการดำรงอยู่ของบรรพบุรุษไทยที่รักใคร่ปรองดองไม่มีเส้นแบ่งระหว่างศาสนาแต่อย่างไร
ทุกศาสนาอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ล่องเรือมาเรื่อยๆ จนถึงสถานที่หนึ่งซึ่งดูจะเป็นที่ตื่นตาตื่นใจและประทับใจของผู้ร่วมเดินทางทุกท่านโดยเฉพาะ
ท่านสท.สาว แต่เพียงคนเดียวในทริปนี้ ท่านปรีญา จิวะนันทประวัติ
รองประธานสภาเทศบาลเมืองกระบี่ คือความสวยงามของพระตำหนักริมน้ำ
พระตำหนักสิริยาลัย พระตำนักใน สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีความสวยงามเป็นเรือนไม้ออกแบบเป็นเรือนไทยร่วมสมัย
อีกทั้งไกด์ยังบอกเล่าด้วยว่าในการก่อสร้างพระองค์ท่านให้ออกแบบวางผังก่อสร้างโดยคำนึงถึงต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่เดิมไม่ให้มีการโค่นแต่อย่างไร
ให้สถาปนิกดูแลจัดการให้คนไม้ใหญ่ทุกต้นคงอยู่อย่างเดิม ปรัชญาแฝงไว้คือความรักหวงแหนในธรรมชาติในทรัพยากร
ต้นไม้ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เราชาวไทยนำเป็นแบบอย่าง
รักและหวงแหนต้นไม้ทุกต้น เพราะต้นไม้คือแหล่งน้ำของแผ่นดิน สิ้นสุดการล่องเรือ
เดินทางกลับพักผ่อน ณ โรงแรม อู่ทองอินน์ รับประทานอาหารมื้อค่ำ
คณะผู้บริหารกล่าวทักทายปราศรัย ร่วมทำกิจกรรมร้องรำทำเพลงเสริมสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคี
รีบเข้านอนพักผ่อนเพื่อเตรียมเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น
เช้าของ
วันที่ 26 สิงหาคม 2550 รับประทานอาหารเช้า และเดินทาง ไปยังวัดมงคลบพิตร
กราบขอพรก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดนครสวรรค์ และต่อเนื่องไปค้างคืนกันที่จังหวัดตาก
แวะซื้อของฝากจากอยุธยา ขนมโรตีสายไหมแสนอร่อย และหนังปลาพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด ที่ใครๆ
เดินทางมาถึงอยุธยาเป็นต้องแวะซื้อ ออกเดินทางต่อ เที่ยงถึงนครสวรรค์ ได้รับการต้อนรับและรับรองอาหารมื้อเที่ยงจากชาวเทศบาลนครนครสวรรค์
จัดอาหารโต๊ะจีนอย่างดีรับรองคณะเดินทางของชาวเทศบาลเมืองกระบี่ ร่วมชมความใหญ่โตโอ่โถงของที่ทำการเทศบาลที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
เทศบาลนครนครสวรรค์ งบประมาณจัดสร้างกว่า 200 ล้านบาท ปรัชญาแฝงไว้ตามคำที่ท่านปลัดเทศบาลนครนครสวรรค์ท่านฐิติพร
บุญเรืองขาว กล่าวไว้โดยสรุปถึงความร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียวของคณะผู้บริหารและทีมงานทุกกองฝ่ายจะนำเมืองไปสู่ความเป็นหนึ่งเช่นกัน
ดังที่เราทุกท่านได้เห็นถึงการพัฒนาเมืองที่เจริญก้าวหน้าของเทศบาลนครนครสวรรค์
เทศบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กลับมาแล้วจะได้มีแรงผลักดันร่วมกันพัฒนาเมืองของเรา
อิ่มจากมื้อเที่ยงแล้วเดินทางต่อเนื่องในระยะทางอันยาวนานกว่า 4 ชม. เพื่อสัมผัสกับเมืองแม่สอดเมืองที่โอบล้อมด้วยภูเขาสัมผัส
กับความเงียบสงบบรรยากาศแห่งการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย
เดินทางถึงแม่สอด เข้าพัก ณ รีสอร์ท สวยท่ามกลางธรรมชาติ วัฒนาวิลเลจ รีสอร์ท ปรัชญาแฝงถึงการพักผ่อนในแบบฉบับที่สมบูรณ์ที่สุด
นั่นคือ การละจากชีวิตคนเมืองความวุ่นวายความเร่งรีบไปสัมผัสกับความสงบ แม้เพียงระยะเวลาสั้นๆ
แต่หลายคนอาจจะได้ใช้เวลาคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ค่อยๆ คิดไม่ต้องติดกับข้อแม้แห่งความเร่งรีบของสังคม
บางคนอาจจะได้นอนหลับพักผ่อนแบบเต็มที่ ได้สูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอด เหมือนกับการเดินทางครั้งนี้เพื่อเป็นการเดินทางมาชาร์ทแบต
เติมเต็มกำลังแรงกายและกำลังแรงใจเพื่อกลับมาดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข
ช่วงกลางคืนหลังรับประทานอาหารมื้อเย็นแล้ว ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ เสริมสร้างความรักความสามัคคีในหมู่คณะรออยู่
นั่นก็คือ กิจกรรมการประกวดขวัญใจ อสม. ท่านสท.จำลอง รับหน้าที่ดำเนินรายการ คณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองกระบี่และสมาชิกสภาเทศบาลได้ยลโฉมสาวงามแต่ละชุมชนที่คัดเอาบรรดาสาว
( เหลือ ) น้อยของตนเองจับแต่งตัวด้วยอุปกรณ์รอบตัวเท่าที่มี ( อุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร
) แต่งหน้าแต่งตาพร้อมส่งเข้าประกวดตั้งขบวนแห่ส่งนางงามถึงขอบเวที ซึ่งผู้คว้าแชมป์ไปครอง
ชนะเลิศอันดับที่ 1 คือ นางงามจากอสม.ชุมชนบ้านท่าแดง อันดับที่ 2 นางงามจากอสม.ชุมชนเมืองเก่า
อันดับที่ 3 นางงามจากอสม.ชุมชนปากน้ำ อันดับที่ 4 นางงามจากอสม.ชุมชนกระบี่ท่าเรือ
อันดับที่ 5 นางงามจากอสม.ชุมชนรวมใจชน คืนนี้นับเป็นอีกหนึ่งคืนที่สร้างความประทับใจให้ทุกคนที่ร่วมเดินทาง
ปรัชญาแฝงให้เห็นถึงความสามัคคี ย่อมนำพาสู่ความสำเร็จ ร่วมมือกันคัดหาตัวแทนแต่งแต้มสีสันความสวยงามให้เพื่อนก่อนส่งเข้าประกวดชัยชนะมาสู่คณะของเรา
วันที่ 27 สิงหาคม 2550 เดินทางออกจากที่พักแวะซื้อของฝากและชมผลิตภัณฑ์ฝีมือชาวเขาชาวพื้นเมืองกันที่
ตลาดแม่เมย สินค้ามากมายไม่ว่าจะเป็นสินค้าจากไม้ เฟอร์นิเจอร์ไม้สวยงาม ราคาถูก
ไม้แกะสลักรูปแบบต่างๆ ผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง สินค้านำเข้าจากฝั่งชายแดนพม่า ได้ของฝากเต็มไม้เต็มมือ
ไม่พอ !!!! ท่านผอ.แหม่ม หรือ ผอ. ชนัสพร เรืองศรี ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
เอาใจลูกทัวร์ พาคณะแวะตลาดมูเซอ จับจ่ายซื้อพืชพันธุ์ไม้จากชาวดอย ที่เห็นจะเป็นที่นิยมก็คือ
เหล่าบรรดากล้วยไม้ป่า และพืชผักสดๆ โดยเฉพาะเจ้ามะระหวาน เรียกได้ว่า คณะของอสม.เทศบาลเมืองกระบี่
เหมากันยกตลาด เพราะมะระหวานที่ว่าสามารถเก็บรักษาไว้ได้บนรถ เดินทางกลับถึงกระบี่ก็ยังสามารถนำไปปรุงอาหารรับประทานได้แน่นอน
การันตีโดย ผอ.แหม่ม ว่าแล้ว รถทัวร์ปรับอากาศทั้ง 5 กลายร่างเป็น รถขนพืชพันธุ์จากดอยสู่กระบี่
ยังไม่พออีก... ผอ.แหม่มเอาใจลูกทัวร์เหมามะระหวานกว่า 10 กิโล ขนขึ้นรถเพื่อเตรียมนำไปทำอาหารเย็นให้ได้ทานกันที่
จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งจะแวะค้างคืนกันที่โรงแรมเก่าแก่ของเมืองกำแพง โรงแรมชากังราวริเวอร์วิว
6 โมงเย็นเดินทางถึงกำแพงเพชร รับประทานอาหารมื้ออร่อย ลิ้มลองรสชาติของมะระหวานผัดน้ำมันหอยกันจนอิ่ม
ท่านสท. จำลอง รีบคว้าไมค์ปฏิบัติหน้าที่อีกหนึ่งคืน เพราะยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมเสริมสร้างความรักความสามัคคีในหมู่คณะ
เกมส์ที่เชิญผู้กล้าประจำรถที่คิดว่ามีทั้งความกล้าและความเก่งมาบนเวที พร้อมทั้ง
5 ผู้เก่งกล้าบนเวทีแล้วเริ่มเล่นเกมส์ต่อเนื่องเลย คำสั่งของเกมส์คือให้ผู้เก่งกล้าทั้ง
5 คน กลับหันหลัง แล้วให้เรียกชื่อสมาชิกในรถของตนออกมาหน้าเวทีภายในระยะเวลาที่กำหนดนายกฤษฎา
สถิตย์ภาคีกุลรักษาการผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม จับเวลา ท่านสท. วิโรจน์ หวานดี
เป็นกรรมการเช็คเวลา เริ่มต้นตัวแทนผู้เก่งกล้า ที่จะคันรถจนจบเกมส์ เชิญท่านสินชัย
พรพาณิชย์พันธุ์ ประธานสภาเทศบาลเมืองกระบี่ สปอร์นเซอร์รายใหญ่ซึ่งให้การสนับสนุนรางวัลสำหรับงานนี้
ชนะเลิศที่ 1 ได้แก่ รถคันที่ 5 ชุมชนบ้านท่าแดงและเมืองเก่าพัฒนา อันดับที่ 2 รถคันที่
1 ชุมชนปากน้ำและรวมใจชน อันดับที่ 3 รถคันที่ 4 ชุมชนบ้านท่าคลองและร่วมจิตร่วมใจ
อันดับที่ 4 รถคันที่ 3 ชุมชนบ้านทุ่งโหลงและศฤงคารพัฒนา อันดับที่ 5 รถคันที่ 2
ชุมชนปานุราชและกระบี่ท่าเรือ รองป้อมเพชร ขึ้นเวทีกล่าวให้กำลังใจและชื่นชมในความเก่งของผู้เก่งกล้า
รวมถึงความสามัคคีในหมู่คณะของรถทุกคัน ปรัชญาแฝงให้เห็นถึงความสามัคคี ย่อมนำพาสู่ความสำเร็จ
การเปิดใจรับเพื่อนใหม่ทำให้เราได้มีโลกที่กว้างขึ้น ดังนั้นการทำความรู้จักซึ่งกันและกันเป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิตในสังคมนี้
วันที่ 28 สิงหาคม 2550 ตื่นเช้ารับประทานอาหารเช้าแล้วเดินทางกลับจังหวัดกระบี่
พักทานข้าวเที่ยงที่จังหวัดราชบุรีและทานข้าวเย็นที่จังหวัดชุมพรเสร็จ รองป้อมเพชรนำคณะสท.
ขึ้นรถแต่ละคันเพื่อกล่าวคำอำลาและขอบคุณ อสม.ทุกท่าน ที่ร่วมเดินทางด้วยกันในทริปนี้รวมถึงในการ่วมมือกันทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน
โดยมิได้หวังสิ่งตอบแทน การจัดให้มีการทัศนศึกษาในครั้งนี้นอกจากหวังให้ทุกท่านได้เปิดโลกทัศน์ใหม่
ได้รับประโยชน์จากสิ่งที่พบเห็นนำมาเป็นปรัชญาในการดำเนินชีวิตในการทำงาน ต่อไป
เดินทางต่อระยะทางและระยะเวลาในการเดินทางนับตั้งแต่ช่วงเช้าออกจากกำแพงเพชรนั้นถือได้ว่ายาวนานพอสมควร
แต่ด้วยฝีมือประสบการณ์และความไม่ประมาทขับรถด้วยสติและความระมัดระวังของทีมงานขับรถทัวร์ปรับอากาศชั้นดี
พาพวกเราคณะทัศนศึกษาเดินทางถึงกระบี่โดยสวัสดิภาพ ถึงเวลา 02.00 น. โดยประมาณ แล้วพบกันใหม่ทริปหน้านะคะ
อสม.ที่รักทุกท่าน
|